| |
มุมบันไดขั้นแรก วางเคล็ดเพื่อนำพลังขึ้นชั้นบนอีกหนึ่งเคล็ด แต่เป็นเคล็ดที่แตกต่างจากเคล็ดนำพลังปกติเพราะเคล็ดนี้เน้นเรื่องการดึงดูดโชคลาภโดยเฉพาะเรียกเคล็ดนี้ว่า"ปูห่วยไช้"โดยวางไว้เหมือนปูกำลังจะไต่บันไดขึ้นสู่ชั้นบน การวางเคล็ดโชคลาภหรือเคล็ดนำพลังต่างๆ ต้องวางเสมือนว่าจะมุ่งไปสู่ตำแหน่งสำคัญๆ ที่เราต้องการให้เกิดโชคลาภหรือต้องการนำพลังไปสู่ตำแหน่งนั้นๆ ถ้าเป็นเคล็ดที่มีรูปลักษณ์ของสัตว์ไม่ว่าชนิดใด ก็ควรจัดวางไว้ตามลักษณะนิสัยตามธรรมชาติของสัตว์ชนิดนั้นเช่น สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำมักซ่อนตัวอยู่ในมุมที่ค่อนข้างพ้นสายตาผู้คนเป็นต้น
"เคล็ดปูห่วยไช้" นี้เป็นวิชาฮวงจุ้ยขั้นสูงที่ใช้เพื่อการแก้ไขดวงชะตาให้เกิดความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นได้ คำว่า "ห่วยไช้" คือ โชคลาภลอย โชคลาภเสี่ยง โชคลาภทางอ้อม ซึ่งเป็นโชคลาภที่เข้ามาเสริมโชคลาภปกติหรือโชคลาภประจำ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโชคลาภชนิดใดก็ตาม ก็มักจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนักสำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไป แต่สำหรับผู้เล่าเรียนวิชาฮวงจุ้ยและทำฮวงจุ้ยนั้น การมีโชคลาภเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติธรรมดา ยิ่งเป็น "ห่วยไช้" ด้วยแล้ว การทำฮวงจุ้ยจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิด "ห่วยไช้" ขึ้นได้บ่อยครั้ง และในแต่ละครั้งก็มักนำพาทรัพย์สินเงินทองมูลค่ามากมายมหาศาลที่สามารถทำให้ชะตาชีวิตผลิกผันได้เลยทีเดียว ตามปกติการกระตุ้นฮวงจุ้ยของอาคารบ้านเรือนเพื่อให้เกิด "ห่วยไช้" นั้น สามารถทำได้หลากหลายวิธีการ หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลคือ "ปูห่วยไช้"
"ปูห่วยไช้" คือ รูปปูที่สร้างขึ้นจากสัตโลหะหรืออัญมณี ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดโชคลาภห่วยไช้ขึ้นแก่ผู้อยู่อาศัยในอาคารบ้านเรือนหรือสถานประกอบการต่างๆ ซึ่งในมุมมองของฮวงจุ้ยมองว่า "ปู" มีการเคลื่อนตัวไปด้านข้างแทนการเดินตรงไปด้านหน้า ซึ่งเป็นลักษณะการเดินอ้อมๆ และ "ปู" ยังมีลูกปูตัวเล็กๆ จำนวนมากเก็บซ่อนไว้ที่ใต้ท้อง ทำให้ "ปู" มีลักษณะพิเศษ เปรียบได้เหมือนการมีโชคลาภทางอ้อมมากมาย และการเดินเลี่ยงๆ อ้อมๆ นี้เองที่ "ปู" ใช้ในการหลบหลีกจากภัยอันตรายต่างๆ ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยจึงได้นำมาใช้ทำเคล็ดป้องกันเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยจากวิกฤตการณ์ต่างๆ โดยการตั้งวาง "ปูห่วยไช้" ไว้ในมุมที่สามารถมองเห็นประตูหน้าหรือประตูทางเข้าห้องต่างๆ ได้ เพราะวิสัยของ "ปู" จะจับตามองภัยไว้ขณะที่หลบหนีไป เพื่อให้แน่ใจว่าหนีพ้น เคล็ด "ปูห่วยไช้" จึงเหมาะกับผู้ที่ทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงหรืออยู่ในช่วงที่สถานการณ์รอบด้านไม่มีความแน่นอน
บันได จัดเป็นธาตุไม้ การตกแต่งบันไดด้วยโลหะมันวาวจึงเป็นการทอนความเป็นมงคลของบันได การตกแต่งอาคารบ้านเรือนด้วยวัสดุมันวาวมากเกินไป จะทำให้คนในบ้านมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันบ่อยครั้ง บันไดที่เป็นมงคล ควรกว้างขวางพอที่จะเดินสวนกันได้สองคนสบายๆ ไม่คับแคบหรือสูงชันเกินไป ไม่ตั้งประจันประตูหน้า ประตูหลัง หรือช่องเปิดใดๆ ไม่ทอดยาวเป็นเส้นตรงเกินกว่าหนึ่งชั้น ไม่มืดอับ ควรสว่างมากพอที่จะสามารถเดินขึ้นบันไดได้ในตอนกลางวันโดยไม่ต้องเปิดไฟ ตัวบันไดต้องมั่นคงแน่นหนา ไม่สั่นคลอน ไม่ส่งเสียงเมื่อก้าวขึ้นบันได ข้อห้ามทั้งหมดที่กล่าวมา ส่งผลเสียต่อชะตาชีวิตของผู้อยู่อาศัยหนักเบาแตกต่างกันไป
ของประดับตกแต่งอย่างหนึ่งที่เหมาะกับโถงบันได คือ โคมระย้า หรือ โคมคริสตัล เป็นของตกแต่งที่ช่วยดึงให้มีการเคลื่อนตัวขึ้นไป และกระจายพลังมงคลไปทั่วทั้งบันได ด้วยเงาสะท้อนจากคริสตัลเป็นแสงสเปกตรัม มีคุณสมบัติเทียบเท่าแสงแดด สามารถขจัดพลังหยินอัปมงคล ทำให้พื้นที่กลายเป็นมงคลขึ้นมาได้
แต่ก็ต้องระวังการติดโคมไฟ ไม่ควรติดมากเกินไป เพราะอาจจะส่งผลในทางตรงกันข้าม สังเกตได้จากความร้อนที่ออกจากโคมไฟเหล่านั้น จะทำให้อุณหภูมิภายในบ้านร้อน อาจจะส่งผลให้ผู้อาศัยมีลักษณะวู่วาม ใจร้อน ขี้หงุดหงิดได้เช่นกัน นี่คือ "สภาวะสมดุล" อันเป็นเงื่อนไขสำคัญในการจัดตกแต่งบ้านเรือนตามหลักฮวงจุ้ย
ช่วงชานพักบันได เป็นกระจกใสบานยาวจรดพื้นซึ่งจะทำให้พลังจากภายใน (ชั้นบน) รั่วไหลออกไปสู่ภายนอก ซึ่งสามารถแก้ไขง่ายๆ ด้วยการใช้ดอกไม้สีสันสดใสมาตกแต่ง หรืออาจแขวนม่านโปร่งๆ ปิดไว้ตลอดเวลา หรือหาวัสดุปิดกระจกให้ทึบอย่างน้อยสูงระดับเข่า
ภาพที่ใช้ตกแต่งผนังข้างบันได ควรเป็นภาพมงคล หลีกเลี่ยงภาพน้ำ ภาพสัญลักษณ์หรือสิ่งของที่เป็นหยิน เช่น เขาสัตว์ ภาพที่ระลึกจากสุสานฟาโรห์ ภาพอาวุธ ภาพการสู้รบ ภาพแห่งความโดดเดี่ยว เป็นต้น
บ้าน 333 เลือกใช้ภาพที่แสดงถึงความสุข สนุกสนาน เป็นภาพผู้หญิงอายุยังน้อย เพื่อใช้เป็นตัวแทนคุณสมบัติของทิศตะวันตก (ตัวแทนของลูกสาวคนเล็ก ผู้หญิงอายุน้อย ลูกหลานและบริวาร) ดังนั้นในสมัยโบราณ การสร้างตำหนักสนม จึงสร้างไว้ทางทิศตะวันตกของพระราชวังเท่านั้น
ก่อนเดินถึงโถงบน ยังได้แขวนกรอบรูป เหรียญจีนโบราณขนาดใหญ่ ให้เป็นจุดดึงดูดสายตา เพื่อล่อพลังให้เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน และเป็นนัยว่าบ้านนี้เต็มไปด้วยเงินทอง
ข้อดีข้อหนึ่งของบ้านหลังนี้ คือ มีหมิงถางบนที่กว้างขวาง แม้ว่าแต่เดิมจะกั้นมุมในซ้ายสุดของโถงเป็นห้องพระก็ตาม แต่หน้าห้องนอนแต่ละห้องก็ยังมีพื้นที่เปิดโล่ง มิได้เล็กแคบหรือก่อผนังประจันหน้า ไม่สร้างผนังบีบเป็นช่องทางเดิน ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีประตูห้องน้ำเปิดรับประจันปากบันไดบน
การมองเห็นห้องน้ำเป็นสิ่งแรกเมื่อเดินขึ้นชั้นบน หรือแม้แต่เมื่อเปิดประตูห้อง หรือประตูหน้า จะทำให้คนเรามีปฏิกิริยาตอบสนองสิ่งที่เห็นเป็นสิ่งแรก คือเข้าห้องน้ำบ่อยจนเป็นนิสัย นานวันเข้าจะกลายเป็นอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย และยิ่งจะส่งผลเสียหายหนักหน่วงขึ้นไปอีก ถ้าแนวโถชักโครกตั้งปลายชี้แทงบันได ภาวะพิฆาตที่เกิดจากโถชักโครกชี้แทง มีความรุนแรงอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาฮวงจุ้ย
อาจารย์ขอให้ลองทดสอบให้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ปัญหาความสัมพันธ์ ปัญหาด้านธุรกิจการงาน หรือปัญหาการเงิน ลองสำรวจดูว่ามีแนวโถชักโครกชี้แทง (ลากเส้นตรงจากปลายโถ) มาที่บันได, เตียง, โต๊ะอาหาร, โต๊ะทำงาน, ตู้เซฟ, เตา, ครัว, ประตูหน้า หรือไม่ ถ้ามีลองปรับเปลี่ยนหันโถชี้ออกไปทางอื่น (ยิ่งชี้ปลายโถออกนอกบ้านได้ยิ่งดี แต่ห้ามตั้งโถชักโครกอิงเหนือ หันปลายไปทิศใต้ เด็ดขาด) แล้วสุขภาพหรือสถานการณ์จะดีขึ้นโดยพลัน
..........................................................................
คอลัมน์ : ฮวงจุ้ยพารวย ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2553
ปีที่ 8(38) ฉบับที่ (17xxx) จากหนังสือพิมพ์บ้านเมือง
โดย ท่านปรมาจารย์ วรธนัท อัศกุลโกวิท
|
|