• หน้าหลัก     • เกี่ยวกับ ฟ้า-ฝน-ไฟ     • บทความฮวงจุ้ย     • ปรึกษาเรื่องฮวงจุ้ย     • รับฟังรายการวิทยุ     • สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ฮวงจุ้ยพารวย : โดย วรธนัท อัศกุลโกวิท
ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยเต๋าหมวกดำ 1 ใน 3 ของโลก
ฮวงจุ้ยพารวย : ฮวงจุ้ยสำหรับห้องอาหาร

 


คนเราดำเนินชีวิตอยู่ได้ก็เพราะ การทำมาหากิน เมื่อต้อง "กิน" ก็จงกินอย่างราชา ด้วยเหตุผลที่ว่า "โต๊ะอาหาร" คือที่กิน สุดท้ายทุกอย่างที่เราหามาต้องลงโต๊ะอาหาร เราต้องกินเพื่อบำรุงเลี้ยงชีวิต ร่างกายแข็งแรง เมื่อสุขภาพร่างกายดี จิตใจก็สดชื่น สมองก็แจ่มใส คิดอ่านการใดก็มีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่าผู้ที่ไม่อิ่มท้อง

ดังนั้นกฎฮวงจุ้ยแห่งความมั่งคั่งข้อหนึ่งคือ การมีห้องอาหารเป็นสัดเป็นส่วน หรืออย่างน้อยก็ต้องมีโต๊ะอาหารเป็นกิจจะลักษณะ การไม่มีโต๊ะอาหารก็เป็นการบอกเป็นนัยว่า ไม่มีจะกิน ไม่มีโอกาสที่จะมั่งคั่งร่ำรวยอย่างแน่นอน

คำว่า "มั่งคั่งร่ำรวย" ในวิชาฮวงจุ้ยเต๋าหมวกดำนั้น มิได้หมายถึงการมีทรัพย์สินเงินทองอย่างล้นเหลือเท่านั้น แต่ธุรกิจการงานต้องมีความแข็งแกร่ง ไม่มีช่องทางรั่วไหล จนกระทั่งผู้เป็นเจ้าของไม่ต้องคอยเฝ้าดูแล ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักก็สามารถมีทรัพย์สินเงินทองที่เพิ่มพูนขึ้นได้ การมีทรัพย์สินเงินทองมากมายแต่ต้องแลกมาด้วยการทำงานหนัก กระทั่งไม่มีเวลาทำอะไรนอกเหนือจากงาน หรือต้องทำแบบไม่มีวันเกษียณอายุ ฮวงจุ้ยเต๋าหมวกดำไม่ถือว่าเป็นความมั่งคั่งร่ำรวยที่แท้จริง

ฮวงจุ้ยเต๋าหมวกดำ จึงมีข้อห้ามว่า มิให้ทานข้าวในครัว หรือเมื่อนั่งทานอาหารต้องไม่สามารถมองเห็นเตาไฟจากโต๊ะอาหารได้ การกินข้าวในครัว ในสมัยโบราณก็มีเพียงคนหาเช้ากินค่ำหรือคนใช้แรงงานเท่านั้นที่จะไม่มีเวลานั่งทานอาหารเป็นเรื่องเป็นราว ตักข้าวแล้วต้องรีบกินรีบไป หากเรากินอย่างยาจกหรือจับกังที่ต้องอาศัยกินในครัว หรือกินแบบคนพเนจร คือร่อนเร่ กินไม่เป็นที่เป็นทาง อาศัยที่คนอื่นเขาทำให้ สุดท้ายผลลัพธ์ในชีวิตก็จะลงเอยไม่ต่างไปจากวิถีการกินอยู่

การทำฮวงจุ้ยห้องอาหาร จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะส่งเสริมชีวิตให้มีความอุดมสมบูรณ์พูนพร้อม การทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง มีสุขภาพที่ดีแข็งแรงสมบูรณ์ มีโอกาสที่จะใช้ชีวิตอย่างหรูหรา กินของดี ใช้ของดี

กฎฮวงจุ้ยแห่งความมั่งคั่งสำหรับห้องอาหาร ข้อแรกที่ลืมไม่ได้เลย คือ โต๊ะอาหารต้องตั้งอยู่ไกลจากประตูหน้า หรือลับตาพอที่เมื่อยืนอยู่ที่ประตูหน้าไม่สามารถมองเห็นโต๊ะอาหารได้ มิฉะนั้นจะเป็นนัยว่า เราทำมาหาเลี้ยงคนอื่น หรือมีคนมาช่วยกินช่วยใช้ หาทรัพย์สินเงินทองมาได้แต่ไม่ได้กิน เจ้าของกิจการหลายรายที่ทำธุรกิจใหญ่โต แต่กลับไม่ได้กิน ไม่ได้ใช้ผลกำไรที่ได้จากการทำธุรกิจ เพราะภาระที่ต้องรับผิดชอบลูกน้อง พูดง่ายๆ คือเจ้านายทำงานหนักเพื่อเลี้ยงลูกน้อง หรือบางบ้านก็มีญาติพี่น้องมาอาศัยพึ่งพาจนยุบยับ
ซึ่งแต่เดิมบ้านนี้กั้นห้องอาหารกับโถงหน้าไว้ด้วยกระจกใส สามารถมองทะลุเห็นโต๊ะอาหารได้จากประตูหน้า จึงได้แก้ไขด้วยการตั้งฉากสีทองขนาดใหญ่บังสายตา เพราะถ้าหากยังปล่อยให้มีการมองเห็นได้จากประตูหน้านั้น จะทำให้เงินทองที่ได้มาจากการทำมาหากิน ถูกใช้จ่ายออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่มักหมดไปกับการกินอยู่ อีกทั้งยังเป็นนัยว่า ไม่ว่าเราจะทำกิจการงานอันได ผู้อื่นจะสามารถล่วงรู้ความลับทางธุรกิจของเราได้อย่างหมดสิ้นแต่ที่ไม่ปิดทึบทั้งหมดหรือกั้นห้องก็เพื่อให้ห้องอาหารได้รับแสงจากธรรมชาติมากพอ

ห้องอาหารที่เป็นมงคลต้องมีแสงส่องถึง เพราะแสงแดดเป็นหยาง และห้องอาหารก็ต้องการความเป็นหยางมากกว่าห้องอื่น (คนเป็นต้องการหยาง คนตายต้องการหยิน) ห้องอาหารที่มืด อับ เย็นชื้น จะส่งผลให้สุขภาพอ่อนแอ เจ็บป่วยเรื้อรัง การทำมาหากินฝืดเคือง หากย้ายห้องหรือเจาะช่องแสงเพิ่มไม่ได้ เคล็ดหนึ่งที่สามารถเพิ่มพลังหยางให้แก่ห้องอาหารได้ก็คือ โคมไฟคริสตัล ซึ่งให้แสงที่มีสเปกตรัมซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแสงอาทิตย์ พูดง่ายๆ ก็คือใช้โคมไฟเหมือนเป็นแสงอาทิตย์เทียมนั่นเอง

ที่บ้าน 333 ใช้ โคมไฟคริสตัล ที่มีรูปลักษณ์เป็นองุ่นพวง 6 พวง เพราะเลข 6 หมายถึงสวรรค์ พวงองุ่น หมายถึง ความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ ทั้งยังได้ตกแต่งฝ้าเพดาน ณ จุดที่แขวนโคม ให้มีรูปลักษณ์คล้ายเหรียญจีน (กรอบนอกทรงกลม กรอบในเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส) เท่ากับว่าแสงสว่างที่ส่องลงบนโต๊ะอาหารเป็นแสงเงินแสงทองที่มาจากสวรรค์

บวกกับพลังของ เหรียญจีนโบราณ 9 เหรียญที่ติดไว้ในกรอบทรงกลม ยิ่งเพิ่มนัยของความเป็นที่สุด ความเป็นทวีคูณของพลังแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้ ให้เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารนี้

นอกจากนี้ยังได้ใช้ภาพที่มีแสงอาทิตย์เรืองรองยามรุ่งอรุณมาเป็นภาพเคล็ดทดแทนพลังจากแสงอาทิตย์ ขณะเดียวกันก็เป็นนัยของความเจริญรุ่งเรือง จากองค์ประกอบของภาพที่มีเครื่องแสดงยศถาบรรดาศักดิ์ที่ใช้กันในอดีต (ภาพแห่งรุ่งอรุณนี้ถ่ายในงาน พิธีมหาปฐมังสิทธิ เช้าตรู่ในเดือนมีนาคม ปี 2552 บนยอดดอยอินทนนท์)

ที่บ้าน 333 ตำแหน่งที่ถูกเลือกให้เป็นห้องอาหาร คือ พื้นที่ในทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศที่เป็นตำแหน่งขุมทรัพย์ของบ้านที่ตั้งอิงทิศเหนือ เมื่อตั้งโต๊ะในตำแหน่งขุมทรัพย์ก็เท่ากับว่า กินพลังแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย อีกทั้งทิศตะวันออกเป็นทิศแห่งความเจริญเติบโต การขยายตัว เป็นธาตุไม้จึงส่งเสริมฮวงจุ้ยของห้องอาหาร ซึ่งเป็นตัวแทนของการบำรุงเลี้ยง (กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงเลี้ยง การเจริญเติบโต จัดเป็นธาตุไม้) บวกกับพลังในพื้นที่และพลังของเจ้าบ้าน เป็นตำแหน่งหมอเทวดาที่นอกจากให้พลังแห่งความมั่งคั่งร่ำรวยแล้ว ยังให้พลังแห่งความมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย การรับประทานอาหารในทิศนี้จึงเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เจ้าบ้านและผู้อยู่อาศัยทุกคน เพียงแต่พลังดาวเป็นอัปมงคลต้องมีการแก้ไข

ดังนั้นหากมีการแก้ไขพลังอัปมงคล พร้อมทั้งกระตุ้นพลังแห่งความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรือง ด้วยการตั้งวางเคล็ด ฮวงจุ้ย ก็จะยิ่งส่งเสริมให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นและสร้างความมั่งคั่งได้มากขึ้นอีกหลายเท่าตัว เช่นที่บ้านหลังนี้ได้เลือกที่จะใช้ เทพยิ้มที่แกะสลักจากอัญมณี ควอตซ์ (Clear Quartz) เป็นเคล็ดทอนความเป็นอัปมงคลของพลังดาว (ดวงดาวหมายเลข 9 เป็นธาตุไฟ ที่ไปเพิ่มให้พลังอัปมงคลของดวงดาวหมายเลข 5 ซึ่งเป็นธาตุดิน ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น) การใช้อัญมณีซึ่งกำเนิดจากธาตุดินก็เพื่อทอนกำลังของธาตุไฟ (ไฟกำเนิดดิน) และแปรพลังอัปมงคลให้กลายเป็นพลังมงคลแทนด้วยคุณสมบัติของ อัญมณีควอตซ์ ซึ่งเป็นอัญมณีธรรมชาติใสโปร่งแสงที่มีค่ามาก ควอตซ์จะช่วยล้างพลังไม่ดีต่างๆให้มีความเป็นมงคล สามารถแก้ความเป็นอัปมงคลของพลังในพื้นที่อันเนื่องมาจากทิศทางของการตั้งวางของตัว อาคารบ้านเรือนได้ด้วย อีกทั้งยังกระตุ้นความเป็นมงคลของ ตำแหน่งขุมทรัพย์ หรือตำแหน่งมั่งคั่งร่ำรวย ด้วยรูปลักษณ์ของ เทพยิ้ม ที่ในทาง ฮวงจุ้ยฯ เชื่อว่าท่านจะเก็บความเป็นอัปมงคลไว้ในพุงของท่าน เหลือไว้แต่ความเป็นมงคล ความสุขสวัสดี ส่งผ่านออกมาทางรอยยิ้มของท่าน ทั้งยังดึงดูดโชคลาภทรัพย์สินเงินทองให้หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย เพราะเทพยิ้มมักปรากฏกายพร้อมกับก้อนทองและถุงสมบัติเสมอ

 ..........................................................................
คอลัมน์ : ฮวงจุ้ยพารวย
ประจำวันที่ 23 กรกฏาคม 2553
ปีที่ 8(38) ฉบับที่ (17308) จากหนังสือพิมพ์บ้านเมือง
โดย ท่านปรมาจารย์ วรธนัท อัศกุลโกวิท



 


 
...................................................................................................................................................................................................................................................................
Copyrignt ©2007 fafonfai.org Contact email : fafonfai@hotmail.com