| |
อีกเคล็ดหนึ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ ในการกระตุ้นตำแหน่งขุมทรัพย์บ้าน คือ การจัดวางถาดผลไม้มงคล (ผลไม้ 5 ชนิด ได้แก่ องุ่น, สับปะรด, กล้วยหอม, ทับทิม, ส้ม) คู่กับเหรียญจีนโบราณ 9 เหรียญหรือจำนวนเท่าของเก้า และก้อนทองโบราณ 8 ก้อน แต่ที่บ้าน 333 ใช้ เหรียญฮก (เหรียญจีนรูปค้างคาว) แทนการใช้เหรียญจีนปกติ เพราะคำว่า ฮก หมายถึงวาสนาบารมี มีพลังในการดึงดูดโชคและความมั่งคั่งมาสู่อาคารบ้านเรือนได้มากกว่าและง่ายดายยิ่งกว่า เพราะมีวาสนาส่งเสริม
เสริมพลังดึงดูดความมั่งคั่งด้วย หยกจักรพรรดิ คือได้พลังคุณสมบัติของหยก แต่เป็นพลังของจักรพรรดิที่อยู่เหนือหยกธรรมดาสามัญทั่วไป และ อัญมณีสุริยันจันทรา มังกรที่ 42 พลังแห่งความอุดมสมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้ การตกแต่งอาคารบ้านเรือนด้วยอัญมณี (Precious Stone) เป็นการทำฮวงจุ้ยพลังอย่างหนึ่ง เพียงแต่ต้องรู้คุณสมบัติ ตำแหน่งตั้งวางที่พลังอัญมณีจะส่งผลสูงสุด มีการล้างพลังและกำหนดเจตนาในการตั้งวาง
ที่ขาดไม่ได้คือ แจกันรับทรัพย์ เพราะเมื่อดึงดูดเข้ามาแล้ว ต้องรองรับเก็บสะสมไว้เพื่อความมั่งคั่งและมั่นคง แจกันรับทรัพย์สีแดงคู่นี้ เป็นของโบราณอายุเกือบร้อยปี แต่สีสันกลับไม่ซีดจางไปแม้แต่น้อย ลวดลายบนแจกันเป็นอักษรสีทองเขียนคำว่า ฮก 108 แบบ หูแจกันสีทองก็เป็นอักษร ฮก แบบหนึ่ง สีแจกันก็เป็นมงคล (เขียว-แดง-ทอง) ลวดลายที่ขอบบนและขอบล่างเป็นลายวัตถุมงคลทั้งแปด (สัญลักษณ์ที่ปรากฏใต้ฝ่าพระบาทของพระพุทธเจ้า) ซึ่งพุทธนิกายตันตระเป็นสัญลักษณ์ที่สามารถลบล้างพลังอาถรรพณ์อัปมงคลใดๆ เพราะมีพลังมงคลสูงสุดเสมือนพระพุทธเจ้าเสด็จมาเอง นอกจากนี้ยังใช้เป็นเคล็ดตกแต่งพื้นที่ด้วยสีแดง เพื่อกระตุ้นตำแหน่งขุมทรัพย์พิเศษประจำปี 2553 อีกด้วย
เคล็ดพิเศษในทิศตะวันออก เคล็ดกระตุ้นกระแสการเงิน ปลาดำ 1 ตัว, สาหร่าย 1 กอ, อัญมณีดำ 1 ก้อน ตั้งไว้ในทิศตะวันออกของบ้านหรือของห้อง ติดต่อกัน 3 เดือน แล้วย้ายออกจากตำแหน่ง 1 เดือน ทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนสิ้นสุดยุค 8 (ปี พ.ศ.2567)
การจัดตกแต่งในห้องอาหารนั้น จะคำนึงเพียงแค่ความมั่งคั่งร่ำรวยนั้นไม่เพียงพอ ยังต้องคำนึงถึงสุขภาพร่างกายของคนทุกเพศทุกวัยในบ้าน และความเจริญรุ่งเรืองของครอบครัวอีกด้วย เคล็ดฮวงจุ้ยที่มีนัยแห่งการเจริญเติบโตงอกเงยไม่มีที่สิ้นสุดที่ตั้งวางในห้องอาหารนี้ คือ อัญมณีหินถั่ว เป็นหินที่มีก้อนอัญมณีเล็กๆ หลายชนิด ฝังอยู่ในเนื้อหิน ให้พลังมีความเจริญรุ่งเรือง และการงอกเงยเพิ่มพูน มักถูกตั้งวางในทิศตะวันออก เพื่อกระตุ้นทิศแห่งความเจริญรุ่งเรือง การเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก
และ ฟอสซิลไม้กลายเป็นหิน ซึ่งเกิดจากไม้ที่ถูกทับถมเป็นเวลานานเป็นพันๆ ปี จึงได้รับพลังแห่งดิน สั่งสมความเป็นมงคลอยู่ของทุกยุคทุกสมัย ทั้งยังคงรูปลักษณ์ของธาตุไม้ ธาตุเพียงชนิดเดียวที่มีการเกิด การงอกเงยและเติบโต จึงเป็นสัญลักษณ์ของการเจริญเติบโต ความรุ่งเรืองที่ยั่งยืนไม่มีการเปลี่ยนแปลง
อีกหนึ่งเคล็ดชั้นสูงที่ครอบคลุมทุกความปรารถนา คือ อัญมณีหลิ่วหลีเก้ามังกร สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จเก้าประการ ซึ่งไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด เพราะสร้างให้มังกรทั้งเก้าเกี่ยวกระหวัดพัวพันจนไม่สามารถหาจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดได้ เท่ากับว่าเกิดขึ้นและคงอยู่ตลอดไป อีกทั้งได้พลังพิเศษจากมังกรทั้งเก้า (เคล็ดเก้ามังกร) และแกะสลักจาก หลิ่วหลี ซึ่งเป็นอัญมณีที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟ จึงให้พลังมากกว่าอัญมณีทั่วไป เมื่อวางอยู่ในห้องอาหารจึงส่งผลให้ได้กินแต่พลังมงคล พลังแห่งความสำเร็จทั้งสิ้น
เคล็ดเก้ามังกร เป็นเคล็ดพิเศษเคล็ดหนึ่งในวิชาฮวงจุ้ยซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลกนี้ เช่น ที่ด้านหน้าทางเข้าพระราชวังกรุงปักกิ่ง หรือที่ริมฝั่งเกาะฮ่องกงหันหน้าออกไปทางทะเลและประจันหน้ากับฝั่งเกาลูน เคล็ดนี้ทำขึ้นเพื่อมีวัตถุประสงค์ให้เกิดความมีโชคดี มีอนาคตที่สมบูรณ์พูนพร้อมอย่างมากๆ และเพื่อให้ได้รับการปกป้องคุ้มภัยจากพลังมังกรทั้งเก้าตัว โดยที่แต่ละตัวมีชื่อเรียกและให้พลังอำนาจแตกต่างกันไป คือ
มังกรตัวที่หนึ่ง ชื่อ พูเลา ช่วยปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากภยันตรายจ่างๆ (ตามปกติจะสร้างเอาไว้บนระฆังใหญ่หรือบนระฆังเทพปรมาจารย์)
มังกรตัวที่สอง ชื่อ ชิวหนิว ช่วยเพิ่มพลังหยางโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเสียงเพลงประกอบด้วย
มังกรตัวที่สาม ชื่อ พี้ไห่ ช่วยให้มีความรู้และโชคทางด้านการศึกษาเรียนรู้
มังกรตัวที่สี่ ชื่อ ปาเสีย ช่วยให้มีพลังและความแข็งแรง
มังกรตัวที่ห้า ชื่อ จ้าวเฟิง ช่วยปกป้องคุ้มครองศาสนสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
มังกรตัวที่หก ชื่อ คี้เหวิน ช่วยคุ้มครองป้องกันมิให้เกิดอัคคีภัย
มังกรตัวที่เจ็ด ชื่อ สวนหนี่ ช่วยปกป้องคุ้มครองให้รอดพ้นจากการถูกหักหลัง นอกใจ ไม่ซื่อสัตย์หรือทรยศ
มังกรตัวที่แปด ชื่อ ใหญจู ช่วยปกป้องคุ้มครองป้องกันร่างกาย มิให้ได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายใดๆ
มังกรตัวที่เก้า ชื่อ พีเกา ช่วยปกป้องคุ้มครองป้องกันมิให้ถูกฟ้องร้องคดีความต่างๆ
(รายละเอียดวิธีการทำเคล็ดนี้ ศึกษาเพิ่มเติมได้จากหนังสือ เคล็ดฮวงจุ้ยเพื่อสร้างความร่ำรวย เล่ม 1)
การทำฮวงจุ้ยห้องอาหาร ไม่ควรปล่อยให้มีจุดรั่วไหล เช่น ทำผนังกระจก เพราะความใสของกระจกทำให้ไม่สามารถเก็บกักพลังไว้ได้ หรือมุมใดมุมหนึ่งของห้องอาหารเป็นประตูหลังบ้าน หรือมีช่องหน้าต่างบานใหญ่ที่ตั้งชิดมุมห้อง เพราะตามวิชาตำแหน่ง เมื่อยืนอยู่ที่ประตูห้องหรือประตูบ้าน ในซ้ายสุดคือมุมแห่งโชคชะตาหรือมุมโชคลาภ ส่วนมุมในขวาสุดคือมุมแห่งอำนาจบารมี หากมีช่องเปิดใดๆ ในมุมทั้งสอง ก็เท่ากับว่าห้องอาหารนี้ไม่เหลือพลังแห่งโชคหรือพลังแห่งอำนาจบารมีอยู่แล้ว หรือการที่มีห้องน้ำในห้องอาหาร พลังหยินอัปมงคลจากห้องน้ำจะกระจายเข้าสู่ห้องอาหาร ไม่ว่าจะบำรุงร่างกายอย่างไรก็ไม่เป็นผล หรือการมีประตูห้องน้ำตั้งตัดเส้นทางก่อนเข้าห้องอาหาร เพราะในห้องน้ำมีรูระบายน้ำ จึงมีแรงดึงดูดให้พลังรั่วไหลไปตามท่อ เช่นเดียวกับการมีอ่างล้างมือหรืออ่างล้างจานในห้องอาหาร จะส่งผลให้การทำมาหากินรั่วไหล ได้มาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย มักสูญเสียเงินทองไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง การยกเลิกห้องน้ำ/อ่างล้างมือ เป็นการแก้ไขกรณีรั่วไหลที่ดีที่สุด
สิ่งที่สำคัญที่สุดในห้องอาหาร คือ โต๊ะอาหาร ซึ่งการเลือกขนาดของโต๊ะ ต้องยึดหลักความสมดุลกับขนาดห้องอาหารและจำนวนสมาชิก โต๊ะอาหารที่ใหญ่จนคับห้อง ไม่สามารถเดินรอบโต๊ะได้ เป็นนัยว่าการทำมาหากินถูกจำกัด ถูกบีบกรอบ ถูกจำกัดช่องทางการทำมาหากิน กรณีนี้หมายรวมถึงการตั้งโต๊ะชิดผนังด้านใดด้านหนึ่งด้วย หากเปรียบเทียบว่า สี่ด้านของโต๊ะ เท่ากับสี่ทางเลือกในการทำมากิน การเสียไปหนึ่งด้าน เท่ากับหายไปหนึ่งช่องทาง โอกาสในการขยายช่องทางการทำมาหากิน หายไปแล้ว 25%
โต๊ะที่มีขนาดพอเหมาะ คือเมื่อจัดวางอาหารลงบนโต๊ะแล้วดูดีและดูเหมือนว่ามีอาหารอยู่มาก ขณะเดียวกันก็เหมาะสมกับจำนวนสมาชิก คือไม่แน่นจนต้องนั่งเบียดกัน ไม่ใหญ่จนรู้สึกถึงความห่างเหิน เพราะสัมพันธภาพของสมาชิกครอบครัวจะเป็นไปตามภาพที่ปรากฏในห้องอาหาร แม้กระทั่งจำนวนเก้าอี้ของผู้ร่วมรับประทานอาหาร ฮวงจุ้ยเต๋าหมวกดำก็ยังคงให้ความใส่ใจถึงจำนวนที่เป็นมงคล หรืออย่างน้อยก็ให้เป็นสมดุลหยินหยาง กล่าวคือ หากจำนวนคนในบ้านเป็นหยิน (เลขคู่) จำนวนเก้าอี้ก็ควรเป็นหยาง (เลขคี่) ถ้าจำนวนคนในบ้านเป็นหยาง (เลขคี่) จำนวนเก้าอี้ก็ควรเป็นหยิน (เลขคู่) ทั้งนี้จำนวนเก้าอี้ที่เกินมา ไม่ควรมากกว่าหนึ่งหรือสามตัว เพราะเก้าอี้ที่ไม่มีคนนั่งนานๆ เป็นอัปมงคล วิชาฮวงจุ้ยฯ เชื่อว่าจะมีภูตผีวิญญาณเข้ามานั่งแทน (หยินครอบงำ) ดังนั้นกรณีเก้าอี้เยอะคนน้อยก็จำเป็นที่คนในบ้านต้องสับเปลี่ยนหมุนเวียนที่นั่งในแต่ละวัน ให้เก้าอี้ถูกใช้งานทุกตัว เป็นการแก้เคล็ดมิให้สิ่งที่ร่อนเรพเนจรผ่านมาได้มีโอกาสครอบครองที่ว่างใดๆ
โต๊ะอาหารที่ดีควรทำจากไม้ ดีที่สุดคือโต๊ะไม้ฝังมุก เป็นนัยของการเจริญเติบโต (ธาตุไม้) และความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ (มุกคือสิ่งมีค่าจากมหาสมุทร ตัวแทนของธาตุน้ำที่มีพลังสูงสุด) หลีกเลี่ยงโต๊ะอาหารที่ทำจากหินอ่อน เพราะความเย็นจากหินอ่อน จะดูดซับพลังงานความร้อนที่เป็นมงคลของอาหารให้หมดไป เช่นเดียวกับโต๊ะเหล็ก (ธาตุโลหะ) จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ความอ่อนแรงจากการต่อสู้ฟาดฟัน (ธาตุโลหะพิฆาตธาตุไม้)
ส่วนโต๊ะอาหารที่ทำจากกระจกหรือปูทับด้วยกระจก เป็นข้อต้องห้ามโดยเด็ดขาด เนื่องจากกระจกเป็นวัสดุที่เปราะบาง แตกหักง่าย บวกกับความใสของกระจก เปรียบเหมือนกับการวางสิ่งของบนอากาศ บนผืนน้ำที่ไม่มีความมั่นคง ไม่สามารถเก็บกัก รองรับพลังมงคลให้อยู่บนโต๊ะได้ ทั้งหมดเป็นนัยของความไม่มั่นคง ความเสี่ยง ความอ่อนแอ ทั้งในชีวิตและธุรกิจการงาน
โต๊ะไม้ทรงกลมเป็นโต๊ะอาหารที่ดีที่สุดในทางฮวงจุ้ยเพราะความสมดุลและรูปลักษณ์อันเป็นตัวแทนของสวรรค์และความมั่งคั่งร่ำรวย อย่างไรก็ตามโต๊ะอาหารรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็เป็นมงคลเช่นกัน ในกรณีที่ต้องการให้เกิดความสามัคคีระหว่างสมาชิกในบ้านหรือในองค์กร โต๊ะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีนัยของการเจริญเติบโตและการขยายตัว แต่โต๊ะอาหารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวใหญ่เหมือนโต๊ะประชุมหรือโต๊ะจัดเลี้ยง ไม่เหมาะจะใช้ในบ้านธรรมดา โต๊ะใหญ่ แต่บ้านเล็กหรือคนน้อย จะกลับส่งผลเป็นอัปมงคลมากกว่า ยิ่งถ้าห้องอาหารใหญ่กว่าห้องนอนมากๆ ก็เท่ากับว่าเรื่องกินเรื่องใหญ่ (ใหญ่เกินไป) แทบทุกบาททุกสตางค์จะหมดไปกับการกิน และถ้ามีปัจจัยลบอื่นๆ เขามาส่งเสริม ก็จะทำให้คนในบ้านกินเก่งหรือป่วยเป็นโรคอ้วน โต๊ะอาหารรูปไข่หรือวงรี (ที่สมดุล) เป็นมงคลหมายถึงการกำเนิดเกิดขึ้นตลอดเวลา เป็นโต๊ะอาหารที่มีความเป็นหยางสูง โต๊ะอาหารรูปทรงอื่นๆ นอกเหนือจากนี้เป็นอัปมงคลทั้งสิ้น
การทำฮวงจุ้ย โต๊ะอาหารเพื่อความมั่งคั่ง ไม่ควรปล่อยโต๊ะอาหารให้รกหรือว่างเปล่า ควรได้จัดวางถ้วยจานให้พร้อมสรรพ หรืออย่างน้อยกลางโต๊ะก็ควรตั้งวางถาดผลไม้ หรือตั้งวางเคล็ดวัตถุแห่งความอุดมสมบูรณ์ เช่นที่นี้ ตั้งวาง อัญมณีหลิ่วหลีแจกันปลาเงินปลาทอง มีทั้งนัยของการเป็นแจกันรับทรัพย์บนโต๊ะ ความอุดมสมบูรณ์ ความร่ำรวยเงินทอง เคล็ดบนโต๊ะอาหารเคล็ดหนึ่งที่ทำได้ง่ายๆ คือ การนำ อัญมณีกลมจำนวน 6 ก้อน ใส่ไว้ในแก้วน้ำสวยๆ เป็นเคล็ดว่าอาหารมื้อนี้สวรรค์ประทานมาให้ หรือสามารถจัดวางถาดผลไม้สดหลายๆ ชนิดวางอยู่กลางโต๊ะตลอดเวลา เพื่อเป็นเคล็ดว่าเราจะไม่มีวันอดอยาก
ในชุดอุปกรณ์รับประทานอาหาร ที่ขาดไม่ได้คือ ตะเกียบ ในทางฮวงจุ้ยถือว่าเป็นสัญลักษณ์ในการคีบจับความมั่งคั่งร่ำรวยในทุกจังหวะของการรับประทานอาหาร
กรณีบุคคลที่มีสถานะเป็นใหญ่ เป็นนายคน ต้องปกครองผู้คนจำนวนมาก หรือต้องอาศัยความมีอำนาจบารมี หน้าที่ความรับผิดชอบ ต้องทำให้คนยำเกรง เช่น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ สิ่งที่ต้องใช้เป็นของเฉพาะตัว คือ ช้อนส้อมคู่บารมี เพื่อการกินที่เสริมให้แข็งแกร่ง บนปลายช้อนลงอักขระมนตราไว้ เป็นการทำฮวงจุ้ยบนร่างกาย การทานอาหารด้วย ช้อนส้อมคู่บารมี เป็นประจำจะทำให้ผู้เป็นเจ้าของได้รับพลังอำนาจจากอักขระมนตรา มีแต่สิ่งที่เป็นมงคลเข้าตัว สิ่งของที่เป็นเคล็ดฮวงจุ้ยเฉพาะตัว ห้ามให้ผู้อื่นใช้ ห้ามล้างในที่ที่ไม่เหมาะสม ต้องแยกล้าง
ใต้โต๊ะอาหารติด เหรียญห้าจักรพรรดิ เพื่อให้การกินของเราอุดมสมบูรณ์มีพลังราวจักรพรรดิและพร้อมกันนั้นก็ได้พลังจากห้าธาตุ เคล็ดนี้สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำเหรียญจีนโบราณห้าเหรียญ มาติดเรียงกันเป็นรูปวงกลม จากนั้นแต้มเหรียญจีนด้วย สีดำ สีเขียว สีแดง สีเหลือง และสีขาว (หนึ่งสีในหนึ่งเหรียญ) จากนั้นล้างพลังด้วยควันธูป ก่อนนำไปติดใต้โต๊ะ จากนั้นทำเคล็ดลับสามประการกำกับเคล็ด เพื่อให้การทำเคล็ดประสบความสำเร็จ
นี้คือเอกลักษณ์การทำฮวงจุ้ยแบบเต๋าหมวกดำ แม้เพียงหนึ่งตำแหน่งหรือของหนึ่งชิ้น ก็มีนัยซ้อนๆ กันเข้าไป เป็นการทำฮวงจุ้ยซ้อนฮวงจุ้ย เห็นได้ชัดจากการทำเคล็ดโต๊ะอาหารซึ่งทำตั้งแต่ฝ้าเพดานลงมาถึงโต๊ะ แม้ใต้โต๊ะก็ยังไม่เว้นที่จะทำเคล็ดฮวงจุ้ย หรือกระทั่งสีพรมก็ยังเป็นสีที่ส่งเสริมฮวงจุ้ยในหลักวิชาตำแหน่ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดผลดีต่อผู้อยู่อาศัยให้มากที่สุด ใช้ประโยชน์จากพลังให้มากที่สุด บริหารพลังให้คุ้มค่าที่สุด เพราะบ้านที่แข็งแกร่ง คือพื้นฐานที่แข็งแกร่งของชีวิต
..........................................................................
คอลัมน์ : ฮวงจุ้ยพารวย ประจำวันที่ 30 กรกฏาคม 2553
ปีที่ 8(38) ฉบับที่ (17308) จากหนังสือพิมพ์บ้านเมือง
โดย ท่านปรมาจารย์ วรธนัท อัศกุลโกวิท
|
|