รั้วบ้าน เดิมเป็นรั้วเหล็กสีขาวโปร่งๆ ติดลายตัวโน้ตสีฟ้า สีขาว-สีฟ้าเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์ จึงรื้อออกเปลี่ยนมาใช้ต้นเข็มแดงและเข็มเหลืองเป็นแนวรั้วแทน เพื่อช่วยดึงดูดพลังมงคลให้มารวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าอาคารบ้านเรือน สีต้องห้าม ที่ไม่ควรใช้คู่กัน ไม่ว่าจะใช้เป็นสีรั้ว สีประตูหน้าต่าง สีอาคาร สีหลังคา หรือสีป้าย ก็คือ สีขาว-สีทอง สีดำ-สีทอง สีน้ำเงิน-สีทอง สีฟ้า/น้ำเงิน-สีขาว สีดำ-สีขาว สีแดง-สีขาว รวมทั้งการใช้รั้ว/ประตูไม้/ป้ายไม้เขียนลายทอง สีดังที่กล่าวมานั้นจะนำพาความตกต่ำเสื่อมถอย ความเศร้าโศกมาสู่อาคารบ้านเรือน
รั้วบ้าน เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องคุ้มครอง ดังนั้นอย่าปล่อยให้รั้วบ้านทรุดโทรมเสียหาย และรั้วบ้านคือด่านแรกที่พลังจะต้องเคลื่อนผ่านก่อนเข้าสู่พื้นที่บ้าน ดังนั้นรั้วบ้านต้องมีสภาวะ หยางมากกว่าหยิน ซึ่งก็คือรั้วที่ได้รับแสงแดด มีสีสันสดใส พื้นผิวเรียบ (วัสดุที่มีความขรุขระจัดเป็นหยินซึ่งเป็นข้อต้องห้ามในทางฮวงจุ้ยไม่ให้ใช้ในการก่อสร้างตกแต่งอาคารบ้านเรือน และเพราะความแหลมคมของพื้นผิวจะเป็นพิฆาตทำลายพลังมงคล)
รั้วบ้านที่ดี ต้องทึบอย่างน้อย 1 ใน 3 ของความสูงของรั้ว เพื่อให้กักเก็บพลังไว้ได้ ความสูงของรั้วที่เหมาะสมคือไม่เกิน 2.5 เมตร สูงเกินกว่านี้เท่ากับกักขังตนเอง ไม่ควรทำช่องเหมือนช่องหน้าต่างเล็กๆ ให้มองลอดเข้าไปเห็นตัวบ้านได้ มิเช่นนั้นคนในบ้านจะถูกซุบซิบนินทา
ป้ายเลขที่บ้าน ถือเป็นตัวแทนของบ้าน บ่งบอกความเป็นตัวตนของบ้านและผู้อยู่อาศัย ป้ายที่สวยงามหรูหราย่อมดึงดูดพลัง ดึงดูดโชคลาภ ดึงดูดสายตามากกว่าป้ายที่ซ่อมซอ ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงเลือกใช้สีแดงเป็นสีพื้น ตัวเลขเป็นสีทอง ในวิชาฮวงจุ้ยกล่าวว่า สีแดงกับสีทอง เมื่ออยู่ร่วมกันจะทำให้เกิดความโชคดี ซึ่งสีทองเป็นสีแห่งโชคในทางความมั่งคั่ง ส่วนสีแดงเป็นสีที่กระตุ้นให้เกิดโชค เมื่อเอาสองสีนี้เข้ามาอยู่ด้วยกันจึงให้พลังไปในทางให้อำนาจบารมีที่สูงส่ง การมีช่วงเวลาแห่งความสุข และการมีโชคแห่งความมั่งคั่ง แดงทองเป็นมงคลสูงสุดหมายถึงความมั่งคั่งร่ำรวย
แม้แต่ เลขที่บ้าน 333/333 (ซึ่งเป็นเลขที่บ้านมาแต่เดิม) ก็เป็นชุดตัวเลขที่เป็นมงคลสูงสุดเช่นกัน เพราะเลข 3 ในศาสตร์ฮวงจุ้ยเต๋าหมวกดำหมายถึง กำเนิดเกิดใหม่ เมื่อเรียงเป็นชุดก็เท่ากับว่ากำเนิดเกิดใหม่ไม่สิ้นสุด เมื่อนำตัวเลขมารวมกันก็จะได้ 9/9 และเมื่อรวมกันอีกก็จะได้มาซึ่งเลข 9 หมายถึงความเป็นที่สุดของที่สุด คือ เป็นมงคลสูงสุด มั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่สุด
กล่องจดหมาย ควรติดแขวนไว้ในบนเสาฝั่งเสือขาว (ขวามือเมื่อหันหน้าออกจากบ้าน) ของประตูรั้ว จะทำให้คนในบ้านได้รับข่าวดีมีโชคมีลาภ ยิ่งถ้าเป็นกล่องจดหมายสีแดงก็ยิ่งช่วยเพิ่มความเป็นมงคลเรียกพลังมั่งคั่งร่ำรวย
การติดแขวนกล่องจดหมายไว้บนฝั่งมังกร (ซ้ายมือเมื่อหันหน้าออกจากบ้าน) จะกลับกลายเป็นอัปมงคลต่อผู้อยู่อาศัย
ต้นไม้ดอกไม้ จัดเป็นเคล็ดวัตถุที่มีพลังชีวิต การตั้งกระถางต้นไม้ที่ให้ดอกสีเหลือง/สีแดงสลับกัน หรืออาจเป็นใบไม้ที่มีครบทั้ง 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง สีเขียว โดยวางเรียงรายไปตามสองข้างทาง (สลับฟันปลา) จนถึงประตูหน้าของบ้านหรือสถานประกอบการ เป็นการเชื้อเชิญและดึงพลังให้เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่กำหนด เพื่อนำพลังเข้าสู่บ้านเรือนหรือสถานประกอบการให้มากที่สุด
ในช่วงเวลายุค 8 นี้ (พ.ศ.2547-2567) ดอกไม้ที่ดึงดูดโชคลาภ ความมั่งคั่งร่ำรวยมากที่สุด คือดอกไม้สีม่วงและสีขาว ต้องมีทั้งสองสีนี้คู่กัน ห้ามใช้ดอกไม้สีขาวแต่เพียงสีเดียว เพราะดอกไม้สีขาว เป็นตัวแทนของธาตุโลหะ หรือหมายถึงเงินทอง เมื่อดอกไม้ร่วงหล่นโรยราอยู่หน้าบ้านจะเป็นนัยของการสูญเสียโชคลาภเงินทอง ควรที่จะปลูกไม้ดอกสีอื่นๆ เช่นสีแดง สีม่วง สีชมพู สีส้ม เป็นต้น
บ้านหลังนี้วางกระถางไผ่ไว้รอบอาคารเพื่อไม่ให้รอบอาคารดูโล่งเตียน ว่างเปล่ามากเกินไป ในทางฮวงจุ้ยกล่าวไว้ว่า หากอาคารบ้านเรือนใด ผู้อยู่อาศัยมองเห็นเพียงผนังรั้วกั้นรอบบ้านโดยไม่มีสิ่งอื่นใดอยู่เลย จะส่งผลอัปมงคลชีวิตไม่มีความเจริญรุ่งเรือง เหมือนถูกตีกรอบกักขัง เกิดปัญหาการเงินขึ้นกับคนในบ้าน ดังนั้นเพื่อเสริมพลังชีวิตให้แก่พื้นที่รอบอาคารและเพื่อบังสายตาไม่ให้มองเห็นแต่ผนังรั้วจึงได้ใช้ ไผ่เขียวลำเล็ก มาตกแต่งรอบบ้าน เพราะธรรมชาติการเจริญเติบโตของไผ่ มีลักษณะพิเศษคือ ข้อปล่องที่งอกขึ้นใหม่จะมีความยาวก็ข้อปล่องเดิมเสมอจึงเป็นนัยของการเจริญเติบโต ความก้าวหน้าของชีวิต หน้าที่การงาน และใบไผ่มีลักษณะคล้ายเหรียญจีนโบราณเล็กๆ เรียวๆ จำนวนใบไผ่จึงเป็นตัวแทนของจำนวนเงินที่จะหลั่งไหลเข้าสู่อาคารบ้านเรือน ยิ่งใบไผ่มีมาก ทรัพย์สินเงินทองก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว อีกทั้งไผ่ยังคงความสดเขียวขจีในทุกฤดู เป็นนัยว่าทั้งความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่งร่ำรวยเกิดขึ้นเสมอและคงอยู่ตลอดไป
ตัวอาคาร ทาสีม่วงอ่อนๆ ชาวจีนมีคำกล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี แม้แต่สีแดงยังกลับกลายเป็นสีม่วง ซึ่งนี่ก็เป็นนัยหมายความว่าสีม่วงเป็นสีที่มีความเป็นมงคลสูงสุด (มากกว่าสีแดง) ตามปกติแล้วสีม่วงสามารถใช้ได้กับความปรารถนาในทุกทิศและทุกตำแหน่ง สามารถกระตุ้นพลังสีม่วงได้ง่ายๆ เพียงแค่ทาสีบนผนัง หรือหาข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นสีม่วงมาตั้งวางเอาไว้ และสีม่วงยังเป็นได้ทั้ง พลังหยิน และ พลังหยาง คือเมื่ออยู่ในทิศใต้ก็เป็นการกระตุ้นพลังหยาง เมื่ออยู่ในทิศเหนือก็จะกลายเป็นกระตุ้นพลังหยินแทน
ส่วนโคมไฟภายนอกเลือกใช้สีเงินด้านๆ ทั้งนี้เพราะ สีม่วง เมื่ออยู่ร่วมกับ สีเงิน จะมีพลังและสื่อความหมายถึง เงิน ทั้งนี้เพราะภาษาจีนเรียกสีม่วงและสีเงินว่า หงั่นจี๋ ซึ่งแปลว่า เงิน ดังนั้นทั้งสองสีนี้จึงมีความหมายและเป็นเคล็ดที่หมายถึง ทำให้เกิดโชคลาภทางด้านการเงิน
บันไดหน้าบ้าน เดิมพื้นที่บันไดนั้นถูกใช้เป็นลานจอดรถ ไม่มีทางขึ้นจากทางด้านหน้า การจะเข้าบ้านต้องเดินเลาะริมรั้วฝั่งมังกร ขึ้นบันไดข้างอาคารในทิศตะวันออก แล้วเดินวกกลับมาสู่ประตูหน้า ช่องว่างระหว่างเสาสองต้นหน้าประตูทำราวระเบียงโปร่งๆ กั้นไว้ หากพิจารณาความสูงจากจำนวนขั้นบันไดแล้ว แสดงว่าเดิมประตูหน้าอยู่สูงจากพื้นลานจอดรถเกือบสองเมตร ฮวงจุ้ยเรียกลักษณะเช่นนี้ว่า การสร้างบ้านอยู่บนขอบเหว ซึ่งจะทำให้บ้านอยู่ในสภาพขาดพลังอย่างรุนแรง ผู้อยู่อาศัยจะประสบกับความยากลำบากในชีวิต ธุรกิจการงาน สุขภาพอ่อนแอ นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า แม้จะอยู่ในชัยภูมิที่ดีที่สุดแต่ถ้าหากไม่รู้จักวิธีการนำมาใช้ให้ถูกต้อง ก็เปรียบได้กับชาวนาที่อาศัยอยู่ริมทะเลสาบแต่ไม่รู้จักขุดคลองผันน้ำเข้ามาใช้ประโยชน์
ดังนั้นเพื่อเปิดทางให้พลังหลั่งไหลเข้าสู่บ้านและแก้ไขภาวะสร้างบ้านบนขอบเหว จึงได้สร้าง บันไดขนาดกว้างใหญ่ ทำขั้นบันไดลดหลั่นลงมาจนเต็มพื้นที่ ไม่ทำรั้วกั้น เพราะต้องการใช้ถนนหน้าบ้านเป็น ลานหมิงถางนอก หรือลานรวมพลังก่อนที่พลังจะเคลื่อนตัวขึ้นบันได บันไดขั้นแรกทำเป็นทรงโค้งโอบเพื่อใช้เป็นตัวกันและสกัดพลังพิฆาตใดๆ ไปพร้อมๆ กับได้ความเป็นมงคลของลักษณะ เข็มขัดหยก โอบล้อมประตูหน้าไว้ อันจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ผู้อยู่อาศัย วัสดุที่ใช้ทำบันไดหรือทางเดินเข้าสู่ประตูหน้า ควรเลือกใช้วัสดุพื้นผิวเรียบๆ ไม่ขรุขระ ไม่ใช้หินกรวดโรยเป็นทาง สีที่ใช้ควรเป็นสีธาตุดิน เช่น สีอิฐ สีครีม สีน้ำตาลแดง เป็นนัยของความมั่นคง หลีกเลี่ยงการใช้สีธาตุน้ำ (ดำ น้ำเงิน ฟ้า) รวมถึงลวดลายหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ที่สื่อถึงน้ำ เช่น ลายกุ้ง หอย ปู ปลา ยิ่งเป็นลายฟอสซิลของสัตว์น้ำ ยิ่งจะทำให้เกิดความตกต่ำเสื่อมถอยขึ้นแก่ผู้อยู่อาศัย
ติดตามต่อฉบับหน้า
สวัสดีครับ
..........................................................................
คอลัมน์ : ฮวงจุ้ยพารวย ประจำวันที่ 05 มีนาคม 2553
ปีที่ 8(38) ฉบับที่ (17161) จากหนังสือพิมพ์บ้านเมือง
โดย ท่านปรมาจารย์ วรธนัท อัศกุลโกวิท
|