• หน้าหลัก     • เกี่ยวกับ ฟ้า-ฝน-ไฟ     • บทความฮวงจุ้ย     • ปรึกษาเรื่องฮวงจุ้ย     • รับฟังรายการวิทยุ     • สมาชิกเข้าสู่ระบบ

ประวัติและผลงาน
ถอดรหัสสิงคโปร์ ด้วยกุญแจฮวงจุ้ย


 


ฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของชาวจีน สั่งสมสั่งสอนกันมาแต่บรรพกาล

เพิ่มวันเหมือนยิ่งเพิ่มความนิยมในประเทศไทย เห็นได้จากเกิดปรมาจารย์ หลายสำนัก และมีหนังสือขายให้ความรู้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ระดับพื้นฐานเรื่อยไปจนถึงระดับซับซ้อน ขนาดเป็นคู่มือทำมาหากินได้ หลักใหญ่ใจความของฮวงจุ้ย คือการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม และตรงกับ ความเชื่อตามศาสตร์จีนโบราณ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้ใช้อาคารและสถานที่
ตัวอย่างเช่น การวางตำแหน่งบ้านที่ดี อาจารย์สุทัศน์ เยี่ยมวัฒนา บอกว่า ต้องให้ด้านหน้าบ้าน ที่เป็นทางเข้าหลักหันไปทางทิศใต้ เพราะเป็นทิศของหงส์ เมื่อทำอย่างนี้แล้ว จะทำให้ สัตว์สวรรค์ทั้งสี่อยู่ตรงกับทิศทั้งสี่ 
    
สัตว์ประจำทิศทั้งสี่ คือ ทิศตะวันออก มังกร ทิศใต้ หงส์ ทิศตะวันตก เสือ และทิศเหนือ เต่า

ถ้าจัดวางตำแหน่งบ้านได้ดังนี้ ถือว่าดีที่สุด เป็นมงคลที่สุด เจ้าของทำกิจการอะไรก็เจริญ งอกงาม ปราศจากความเดือดเนื้อร้อนใจ

ฮวงจุ้ยมีความสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ!!!

อาจารย์วรธนัท อัศวกุลโกวิท ปรมาจารย์ฮวงจุ้ย ผู้มีผลงาน จัดวางอาคารสำคัญๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บอก ขณะพานักศึกษาของตนไปดูฮวงจุ้ยถึงประเทศสิงคโปร์ บ้านทรงไทยตามวิถีชีวิตความเป็นไทย ที่อาจารย์มองว่าส่วนใหญ่ ผิดพลาดนั้น เสฐียร โกเศศ อธิบายไว้ในหนังสือ ประเพณีเนื่องในการสร้างบ้านปลูกเรือนว่า “การปลูกเรือนสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย จะปลูกสร้างกันอย่างไรย่อมแล้วแต่ภูมิประเทศท้องถิ่น ดินฟ้าอากาศ”

เนื่องจากคนไทยแต่ก่อนมีอาชีพเพาะปลูก จึงชอบปลูกเรือนอยู่ริมแม่น้ำลำคลอง เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำ เรือนไทยที่ปลูกสูงนั้น ก็เพื่อใช้ประโยชน์จากใต้ถุน เช่น ใช้นั่งปั่นด้าย ทอผ้า และป้องกันสัตว์ร้ายยามค่ำคืน
 
ดูเหมือนว่าบ้านทรงไทยตามทรรศนะของเสฐียร โกเศศ ปราชญ์ชาวไทย จะแตกต่างกับ ทรรศนะของอาจารย์ ทั้งนี้เป็นไปได้หรือไม่ว่า ศาสตร์ บางอย่างในภูมิประเทศหนึ่ง วัฒนธรรมหนึ่ง นำมาใช้กับอีกภูมิประเทศหนึ่ง วัฒนธรรมหนึ่งไม่ได้ทั้งหมด

และใช้ไม่ได้เลย...สำหรับคนไม่เชื่อ

อาจารย์วรธนัทศึกษาวิชาฮวงจุ้ย เต๋า หมวกดำ มีผลงานทำฮวงจุ้ยในประเทศไทย คือ ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงการคลัง การบินไทย และรับเชิญไปสร้างผลงาน ในประเทศ อื่นๆอีกเกือบ 10 ประเทศ

การเยือนสิงคโปร์ของอาจารย์วรธนัท มีจุดประสงค์เพื่อนำนักศึกษา ฮวงจุ้ยไปดู อาคารที่เป็นผลงานของอาจารย์เอง และของคนอื่น ให้เห็นตัวอย่างฮวงจุ้ยที่ดี และที่ผิดพลาด
เพียงสัมผัสพรมนุ่มๆของสนามบินชางกี อาจารย์บอกได้ว่า จุดประสงค์ ที่สนามบินสิงคโปร์ ใช้พรมลายน้ำไหล เพราะต้องการเรียกคนเข้าประเทศพลางชี้ชวนให้ดูดอกไม้ประดับสีขาว ม่วง แล้วบอกว่า สีขาว หมายถึง เงินทอง สีม่วง หมายถึง โชคลาภ ดอกไม้สีม่วงกับขาว หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง ความร่ำรวย

ถอดรหัสความร่ำรวยของสิงคโปร์ที่สนามบินแล้ว อาจารย์พาไปดูหมู่ตึกซันเทค (Suntec Tower) สถานที่แห่งนี้ประกอบด้วยอาคารทั้งหมด 5 หลัง แต่ละหลังอาจารย์บอกว่า เสมือนนิ้วมือคน 1 มือ บริเวณอุ้งมือ เป็นศูนย์รวมพลังทั้งมวล สร้างเป็นโครงเหล็ก 4 เสา หมายถึง ความมั่นคงแข็งแรง ส่วนน้ำที่พ่นออกมาจากโครงเหล็กกลมขนาดใหญ่เป็น ฟุ้งฝอยนั้นเสมือนความเจริญงอกงาม ที่หลั่งไหล ออกมามิรู้จบสิ้น

ที่สำคัญ บริเวณนี้เป็นจุด 18 องศาของประเทศ เลขหนึ่ง หมายถึงการเกิด เลขแปดหมายถึงความร่ำรวย รวมความแล้วหมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง อันไม่รู้จบสิ้นนั่นเองตามทรรศนะของอาจารย์ การทำฮวงจุ้ยต้องพิจารณาตึกใกล้เคียงประกอบด้วย ตัวอย่าง ที่เห็นคือ อาคารปาร์ควิว มีตึกทรงข้าวหลามตัดแทงเหลี่ยมเข้ามาหาอย่างจงใจ ดังนั้น ต้องสู้อย่างรอบคอบและมีศิลปะ

การตั้งรับ “ต้องใช้วัสดุที่เป็นสัตโลหะ เพราะหมายถึงการรวมพลัง ด้านซ้ายและขวาอาคาร สร้างเสาขึ้นไปยอดคล้ายเขียง นี่เป็นสัญลักษณ์ของความทนทาน สามารถต้านทานสิ่ง ที่เข้ามาคุกคามได้ เหมือนการสับเนื้อลงบนเขียงอย่างไร เขียงก็ไม่พัง

บนอาคารมีรูปเด็กถือลูกบอล เหมือนคอยทุ่มศัตรูที่เข้ามากล้ำกราย”

อาจารย์อธิบาย ตึกงี แอนน์ ซิตี้ เป็นห้างสรรพสินค้า หน้าตึกเหมือนเก้าอี้ มีที่นั่ง และที่พักแขนทั้งสองข้าง หน้าตึกต่ำลงหันหาถนน หลังตึกสูง อาจารย์มองว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีตามทางแยกต่างๆของพื้นตึก ประดับรูปปลาคู่คล้ายเลขแปด แสดงถึงความมั่นคง

ตึกนี้อาจารย์บอกว่ามีจุดพร่องคือ บันไดเลื่อนสร้างไขว้กันเหมือนรูปกากบาท เจ้าของต้อง แก้โดยใช้ป้ายโฆษณายาวๆห้อยลงมาปิดไว้

“ฮวงจุ้ยแก้ได้ อาจแก้ที่ประตู ที่ด้านหน้าอาคาร หรือที่ไหนสักแห่ง จะแก้อย่างไร ต้องดูเป็นรายๆไป ถึงขั้นทุบทิ้งนั้นเป็นทางเลือกสุดท้าย” อาจารย์วรธนัทว่า

สิงคโปร์เป็นเมืองท่องเที่ยวและช็อปปิ้ง การท่องเที่ยวของสิงคโปร์เหตุใดจึงเจริญรุ่งเรือง อาจารย์ถอดรหัสลับให้รู้ว่า หน้าตึกมีโอ่ง 2 ใบ หมายถึง รอรับทรัพย์ ลายกระเบื้อง ปูพื้นเป็นลายน้ำ หมายถึง เงินทองไหลเข้าประเทศ พรมลายปักษาสวรรค์ หมายถึง การนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง 

เยี่ยมกายเข้าไปในตึก อาจารย์ชี้ให้ดูบันไดรูปเหมือนคนอุ้มท้อง แล้วบอกว่าหมายถึง การก่อเกิดอยู่ตลอดเวลา และมีบันได 32 ขั้น ซึ่งเป็นเลขมงคลรวมความแล้วเป็นฮวงจุ้ยที่ดี

ดูฮวงจุ้ยดีๆหลายอาคารแล้ว ดูฮวงจุ้ยไม่ดีตามทรรศนะอาจารย์ บ้าง เป็นโรงแรม แห่งหนึ่ง อาจารย์บอกว่าเดิมเจริญรุ่งเรืองมาก แต่เพราะ ความผิดพลาด ในการทำ ฮวงจุ้ยหลายประการ ทำให้โรงแรม 5 ดาวหล่นลงมาเหลือแค่ 2-3 ดาว

ความผิดพลาดอาจารย์บอกว่ามี มีพื้นลายน้ำไหลออก หมายถึง เงินทองไหลออก ห้องโถง หน้าลิฟต์ประดับลายรูปฟันเลื่อย หมายถึง การตัดลูกค้า เสาล็อบบี้กีดขวางทางเข้า หมายถึง ขวางกั้น ความเจริญ เสาผนังห้องโถงล็อบบี้ประดับไฟและภาพคล้าย เทียน และ ป้ายหน้า หลุมศพ และลายพรมปูพื้นเหมือนใบไม้เน่า หมายถึง ความร่วงโรยความพร่องหลายประการนี้ อาจารย์ฟันธงว่าคือสาเหตุที่ทำให้โรงแรมที่เคยเจริญ รุ่งเรืองต้องร่วงโรย

“ฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์ว่าด้วยเรื่องของพลัง อาคารแห่งใดเมื่อ เห็นหน้า ประตู ก็ตัดสินได้แล้วว่าเป็นอย่างไร กิจการเจริญรุ่งเรืองหรือไม่”

อาจารย์วรธนัทยืนยันตามศาสตร์ของฮวงจุ้ย ถ้ามองอย่างพุทธ พระครูสังฆกิจพิมล วัดชลประทานรังสฤษฎ์ ให้สติว่า เราจะอยู่ที่ไหน สภาพแวดล้อมอย่างไรก็ตาม ถ้าสงบสำรวมกาย วาจา ใจ เราก็สุขใด

การจัดอาคารสถานที่ไม่จำเป็นต้องยุ่งยาก แค่ให้สะอาดตา ดูแล้วสบายใจ และสะดวกใน การใช้สอยก็พอแล้ว เพราะความเจริญของชีวิต ตัวกำหนดที่แท้จริงคือใจที่ไม่ยึดมั่น ไม่ถือมั่นเรื่องใดจนเกินไป ดังนั้น “การทำอะไรก็ตาม ถ้าเกินดี เกินงาม ก็เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น”  พระครูสรุปเตือนให้เห็นแจ้งในการกระทำ เพื่อนำไปใช้กับชีวิต
....................

ที่มา : คอลัมภ์จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 15 มี.ค. 51

 
     
 
...................................................................................................................................................................................................................................................................
Copyrignt ©2007 fafonfai.org Contact email : fafonfai@hotmail.com